ธนาคม พจนาพิทักษ์

จากกรณี “ดีเบทแห่งทศวรรษ แจ๊ค หม่า- อีลอน มัสก์” อ.ธนาคม พจนาพิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยา ประชาสัมพันธ์ และชุมชนสัมพันธ์ อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ได้วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า

1.เป็นดีเบทแห่งทศวรรษนี้จริงๆ

2.ฐานคิดโดยรวมไม่ต่างมากนักจากที่ผมเคยวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้

3.มัสก์ยึดแนว “ตะวันตกวิทยาศาสตร์เสรีนิยมเชิงทันสมัย”. ส่วนหม่ายึดแนว”ตะวันออกมนุษยนิยมอนุรักษ์นิยมเชิงปรัชญา”

4.มัสก์อยากบุกเบิกโลกใบใหม่ หม่าอยากสร้างสรรค์โลกใบเก่า

5.มัสก์เชื่อในเทคโนโลยีมากไป จึงอาจคิดผิดเรื่อง AI เพราะเชื่อมั่นในแต่ในด้านดีมากเกินไป หากมีการเชื่อมกับระบบสมองคนเมื่อไหร่ AI อาจมีการ”วิวัฒน์”ตัวเองขึ้น ถ้าดีก็แล้วไปแต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าจะไม่เป็นด้านตรงข้ามแล้วเกิดการทำลายล้างแบบในหนังไซไฟ เรื่องนี้มัสก์ประมาทเกินไป

6.แต่หม่าก็เชื่อในมนุษย์มากไป จึงอาจคิดผิดว่ามนุษย์จะทบทวนสำนึกตนได้และแก้ไขปัญหากันเองในที่สุด ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้แน่นอนได้จะเป็นเช่นนั้นแน่นอน เพราะมนุษยชาตินั้นทำลายกันเอง ทำร้ายตัวเอง และทำลายโลกมาโดยตลอดจนถึงขั้นวิกฤติ ถ้าไม่ใช่สงครามนิวเคลียร์ สงครามเคมี สงครามชีวภาพ ก็คือมหันตภัยล้างโลกตามคติวันสิ้นโลกก็ต้องมาถึงสักวัน เพราะใคร? ด็เพราะมนุษย์นั้นมืดบอดต่อความโลภและความหลงจนเกินเยียวยา เรื่องนี้หม่าโลกสวยเกินไป


มัสก์อยากบุกเบิกโลกใบใหม่ หม่าอยากสร้างสรรค์โลกใบเก่า

ธนาคม พจนาพิทักษ์

7.ดีเบทนี้ กินกันไม่ลง แล้วแต่ว่า คนอ่าน คนฟัง มีฐานคิดแบบไหนมากกว่า ขึ้นอยู่กับถิ่นฐาน การศึกษา ระดับวัย ฯลฯ

“ส่วนตัวผม เห็นด้วยกับหม่ามากกว่านิดๆ อาจเป็นเพราะผมมีความเป็นนักมนุษยนิยมมากกว่ากระมัง”

1 Comment

  1. ชอบแจคหม่าเหมือนกันค่ะ โลกสร้างสรรค์ให้เจริญรุ่งเรืองได้ด้วยทัศนคติที่ดีและความช่วยเหลือเกื้อกูล การให้อภัยกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *