บางครั้งการทำธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องคิดให้ยาก แต่ต้องคิดให้เยอะ อย่างเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนคุ้นชิน จนมองข้ามไป หากนำมาใส่ไอเดียเสียใหม่  อาจกลายเป็นปรากฏการณ์ที่นอกจากจะสร้างความแตกต่างแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้าอย่างคาดไม่ถึง อย่างเช่นกรณีของ Phoenix Lava ใครจะคาดคิดว่าจากซาลาเปาธรรมดาที่เห็นกันทั่วไป สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 100 ล้าน เคล็ดลับความสำเร็จคืออะไร กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง มาเรียนรู้แนวคิดการทำธุรกิจไปพร้อมกัน

วิธีคิดแบบ Design Thinking

            ก่อนตัดสินใจจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างนั้น ต้องทำความเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังจะลงมือทำอย่างลึกซึ้งเสียก่อน เริ่มจากการตั้งโจทย์ว่าสินค้าที่เราจะทำ ลูกค้าเป็นใคร พอคิดไปเรื่อยๆ ไอเดียจะออกมาเอง หลังจากนั้นสิ่งควรจะทำคือ การทดสอบไอเดียของเราว่าเวิร์คหรือไม่ บางอย่างที่เราคิดว่าดี บางครั้งอาจไม่ตอบโจทย์สำหรับคนอื่น ทางเดียวที่จะรู้ได้คือ การเอาใจลูกค้ามาใส่ในตัวเรา ต้องคิดแทนให้ได้ว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราคาดหวังอะไรจากสินค้าหรือบริการนั้นๆ

 เพราะถ้าคิดจะลงแข่งขันกับเจ้าอื่น บอกเลยว่าอย่าคิดอะไรง่ายๆ ความง่ายนี้ทำให้ผู้ประกอบการหลายคนเจ๊งมานักต่อนักแล้ว ถ้าไม่ตั้งใจทำสินค้าให้ดีตั้งแต่แรก สินค้าไม่มีความแตกต่างจากคนอื่น ต่อให้ทำการตลาดดีแค่ไหน ธุรกิจก็อาจไปไม่รอด แถมยังต้องเหนื่อยกว่าเดิมอีก เราต้องเชื่อในศักยภาพของตัวเอง คิดให้เยอะเข้าไว้ อย่าคิดน้อย คิดให้ละเอียด คิดให้ครบ ลองมองหาว่าตรงไหนที่เป็นจุดบอด ตรงไหนที่เป็นปัญหา ถ้าเราเอาอยู่ เราคิดเผื่อลูกค้าไปก่อน

แน่นอนว่าในช่วงแรกลูกค้าอาจไม่ทันสังเกตในสิ่งที่เราทำ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เรามองเห็นนั้นไร้ประโยชน์ วันนี้ลูกค้าไม่ได้ใช้ หากวันหน้าจำเป็นต้องใช้ เราเองก็จะได้ไม่ต้องมาคิดหาทางแก้ไขใหม่ อย่าลืมว่าทุกอย่างล้วนมีต้นทุนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายที่เผลอๆอาจจะต้องเสียมากกว่าเดิม

ใส่ใจกับการออกแบบผลิตภัณฑ์

            สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจที่ยังไม่มีงบทางการตลาด สื่อเดียว และสื่อแรกที่จะเชื่อมต่อกับลูกค้าได้มากที่สุดนั่นคือ แพคเกจจิ้ง ทาง Phoenix Lava เองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน เงื่อนไขที่ควรมีในการออกแบบบรรจุภัณฑ์คือ

  • เอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ได้

            เมื่อเห็นแว็บแรกผู้บริโภคต้องเอะใจ หรือจำได้ทันทีว่านี่คือแบรนด์เรา ไม่ใช่แค่ตัวแพคเกจจิ้งเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสีและภาพจำ เช่น มาสคอต

  • ออกแบบแพคเกจจิ้ง มาเพื่ออะไร

            อย่างในยุคแรกๆของแวดวงอุตสาหกรรมอาหาร ก็เพื่อยืดอายุในการเก็บรักษาอาหาร ต่อมาเมื่อสินค้ามีจำนวนแบรนด์มากขึ้น จุดประสงค์ก็เพื่อสร้างภาพจำ จนมาถึงยุคหลังๆที่การออกแบบแพคเกจจิ้งทำมาเพื่อแก้ปัญหาอะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น Phoenix Lava ตัวซาลาเปาจะถูกห่อด้วยกระดาษ เพื่อการแก้ปัญหาหน้าซาลาเปาที่แตกเนื่องจากสัมผัสกับอากาศ กระดาษที่นำมาใช้นี้สามารถเก็บรักษาความร้อนได้นานขึ้น ซาลาเปาจึงอุ่นนานกว่าแบรนด์อื่น และยังเป็นการป้องกันการผิดพลาดเรื่องไส้ที่ถูกบรรจุอยู่ภายในอีกด้วย

  • สร้างความแตกต่างในการใช้งาน

            กล่องกระดาษที่เราเห็นทั่วไป หลายคนน่าจะเคยประสบกับปัญหาที่ว่าเมื่อเปิดกล่องแล้วกลับปิดยาก ตรงส่วนของมุมกล่องมักจะใส่ไม่ค่อยลง แม้แต่เรื่องของขนาดกล่องที่ทาง Phoenix Lava ใส่ใจรายละเอียดถึงขั้นที่ว่ากล่องไซส์ไหนที่ช่วยในการประหยัดเนื้อที่ภายในตู้เย็นได้มากที่สุด   

การทำการตลาดแบบ Creative Thinking

            การตลาดที่ทำอยู่ในยุคปัจจุบัน ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะเวิร์คสำหรับอนาคตหรือไม่ เทรนการเปลี่ยนแปลงที่มาเร็วไปเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องคิดเยอะกว่าเดิมหลายเท่า ในขณะที่หลักการพื้นฐานเดิมไม่เคยเปลี่ยน ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ถ้าสินค้าของเราดี สื่อเหล่านี้จะช่วยซัพพอร์ตธุรกิจ แต่ถ้าสินค้าแย่ผลลัพธ์ก็จะตรงกันข้าม นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมต้องทำสินค้าให้ดีตั้งแต่แรก รวมถึงการบริการก็ต้องดีเช่นกัน

ในส่วนของช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่างๆที่มีอยู่ต้องพยายามใช้ให้ครบ เตรียมความพร้อมตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวสินค้า ที่สำคัญคือหมดยุคของการคาดหวังว่าเมื่อผู้บริโภคเห็นโฆษณาจากสื่อต่างๆแล้วจะกลับมาซื้อเอง ในยุคนี้ต้องทำอย่างไรก็ได้ ให้รู้ว่าการตลาดที่ลงทุนไป สามารถย้อนกลับมาเป็นยอดขายกี่บาท พูดง่ายๆคือ ทำมาร์เก็ตติ้งจำเป็นต้องรู้เรื่องคณิตศาสตร์สามารถนำสถิติกลับมาวางแผนต่อยอด

อย่างการทำโฆษณาต้องรู้ว่าทำไปเพื่ออะไร ตรงนี้สามารถใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการวัดผลได้ว่ายอดขายที่เข้ามา มาจากการทำการตลาดช่องทางไหนนั่นเอง

            สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ ให้คิดว่าทำเพื่อเรียนรู้ อย่าใช้เงินนำทาง เพราะเราจะมองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ให้มองไปถึงผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ยิ่งเราแก้ปัญหาให้ผู้คนได้มากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงผลตอบแทนที่จะตามมาในอนาคต บางคนที่มัวแต่เฝ้ารอโอกาส บอกเลยว่าคุณอาจจะไม่เจอ เพราะโอกาสจะมาก็ต่อเมื่อลงมือทำเท่านั้น ทำไปเรื่อยๆก็จะเกิดการเรียนรู้เองว่า เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ ต้องแก้ไขยังไง เหมือนอย่างที่ Phoenix Lava เปลี่ยนซาลาเปาธรรมดาให้เป็นสินค้าที่ใครๆก็อยากซื้อไปฝาก ในเมื่อคิดจะทำทั้งทีต้องทำให้ดี ถ้าทำไม่ดีก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร

ชมคลิป VDO สัมภาษณ์รายการ “นกฮูกช่วยคิด”